Mata anata no koto wo kangaeteta ซิงเกิลชุบชีวิต BNK48 อีกครั้ง


0

หลังจากที่ BNK48 ได้สร้างปรากฏการณ์โด่งดังเป็นพลุแตกจาก ซิงเกิลที่ 2 Koisuru Fortune Cookie จนมาถึงซิงเกิลล่าสุดคือ ซิงเกิลที่ 5 ความคาดหวังที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์จากการเต้นสู่การร้องอย่างจริงจังได้เริ่มขึ้นเสียทีกับซิงเกิลรองอย่าง Mata anata no koto wo kangaeteta

BNK สายร้อง

เพิ่งสังเกตเห็นว่าหน้าปกที่ใช้บน Blog post ทุกคนติดหมดเลย เพิ่งมีเวลาดูย้อนหลังอย่างละเอียดพบว่า หลายคนทำได้ดีกว่าที่คิด บางคนมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง ใน 11 คนนี้ถ้าเทียบกับทั้งหมดแล้วถือว่าเป็นสมาชิกเสียงทองของวง ใน LIVE จะมีแค่คนรอบหลังๆ จริงๆ หวังอยากให้ อฟช. อัปรอบก่อนหน้านั้นแบบแยกเมมเบอร์ให้ชมบน YouTube

ประเด็นของการร้องเพลงเป็นการตั้งแง่ตั้งง่ามของวงตั้งแต่แรกๆ แล้ว การทลายกำแพงนี้ เป็นความสำเร็จอีกอย่างหนึ่งของวงที่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้ ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า วงไม่ได้มีดีแค่หน้าตา หรือแค่ขายความน่ารักแต่อย่างใด

ความเด่นของซิงเกิลรองเพลงนี้อยู่ที่ ทุกคนจะได้โชว์พลังเสียง เมื่อเทียบกับรายการทีวีประกวดต่างๆ แล้ว BNK มีความต่างที ไม่ได้ขายความสมบูรณ์แบบ หรือต้องการศิลปินที่มีพลังเสียงพ่นไฟ หรือแต่หน้าตาดี แล้วโกยยอดส่งข้อความ จบหายแล้วจากกันไป

การต่อสู้ของเมมเบอร์

การต่อสู้ที่แท้จริงได้เริ่มขึ้นนานแล้ว และยังคงคุกกรุ่นอยู่ คนที่ยังไม่พร้อม จะรอวันที่เจอซิงเกิลหรือโอกาสที่เหมาะสม ในมุมมองธุรกิจ หากยังดื้อดึงดันออกไปทั้งที่ยังไม่พร้อมก็จะทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมเสียได้

การเข้ามาของ Mata anata no koto wo kangaeteta ทำให้ภาพลักษณ์ของ BNK เปลี่ยนไป ซึ่งปกติแล้ว จะมีสูตรสำเร็จคือ ร้องเล่นเต้นได้ แต่นิยามของ BNK รวมถึงรุ่นพี่ AKB กลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น

ช่องทางอื่นๆ นอกจากร้อน-เต้น แล้วยังมี วาไรตี้ งาน MC ต่างๆ ซึ่งตรงนี้ เราได้เห็นบางเมมเบอร์เกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ ยกตัวอย่าง

แนทเธอรีน ได้ร่วมงานเป็นพิธีกรใน Beartai12 จูเน่ที่เป็น MC งาน สปป.ลาว ได้อย่างมืออาชีพ น้ำใส ที่มีไหวพริบในการรับส่งระหว่างเมมเบอร์ได้ดี เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ถูกหล่อหลอมมาจากการออกงานต่างๆ ตู้ปลา หรือการไลฟ์ก็สำคัญ

การออดิชั่นครั้งนี้มีความสำคัญ ทำให้เห็นความแตกต่างของแต่ละคน บางคนทำดีแต่มีความประหม่า บางคนมีความประหม่ามีควากดดัน แต่ทำได้ดีเกินคาด ผิดกับการออดิชั่นครั้งก่อนของ BNK ที่อยู่ในมิติของการเริ่มต้นจาก 0 ของรุ่น 1 ทั้งหมด เมื่อเทียบกันแล้ว รุ่นที่ 2 อาจมีความเพรียบพร้อม แต่ยังขาดประสบการณ์บางอย่าง ที่ต้องก้าวผ่านให้ทันหรือเหนือกว่ารุ่นพี่

โอกาสใหม่

ยังมีโอกาสใหม่ๆ ที่ท้าทายกว่านี้เฝ้ารออยู่ แม้ว่าซิงเกิลนี้จะไม่ใช่ซิงเกิลหลัก แต่มันก็ทำให้เรารู้ถึงอีกมิติหนึ่งของวงว่า BNK ก็ร้องเพลงเป็นนะ ยิ่งได้ฟังเสียงเดี่ยวๆ ของแต่ละคนแล้ว รู้สึกถึงพลังของความมุมานะ แต่ความพยายามนั้น มันต้องมีเท่าไหร่ถึงจะพอ คำๆ นี้อาจใช้ไม่ได้แล้ว เพราะจิ๊บเองก็ติดไปแล้ว ต้องดูตามโอกาส จังหวะ และความเหมาะสมของเนื้องานและเมมเบอร์จริงๆ ซึ่งเป็นเรื่องของการบริหาร

ในมุมมองของผู้บริโภคอย่างเราคงไม่สามารถไปตัดสินใจ หรือไปโทษใครได้ เพราะมันเป็นเรื่องของเม็ดเงินที่หล่อเลี้ยงเมมเบอร์ กว่าจะมีโชว์ให้เราได้เห็น ต้องมีค่าใช้จ่ายแฝงมากมาย ซึ่งเราไม่รู้ว่า วงจะอยู่ได้อีกกี่ปี แต่การเข้ามาของ BNK คล้ายกับการเข้าไป Disrupt แต่ละวงการอย่างแยบยล แต่ยังไม่เบ็ดเสร็จทั้งหมด เนื่องจากเป็นการเริ่มต้น แต่ถ้าหากโตไว ก็จะมีโอกาสที่จะหมดความนิยมได้ไวเช่นกัน

ชีวิตหลังจบการศึกษา

รวมไปถึงสมาชิกที่จบการศึกษาไปแล้ว ต่างมีเส้นทางเป็นของตนเอง และยังมีอดีตสมาชิกบางคนยังคงเดินอยู่บ้านเส้นทางของความฝัน เช่น คิตแคตอยากเป็นหมอ ซินซิน ก็เป็นดูโอ้ศิลปินไปแล้ว แคนเป็นโซโล่อาร์ตติส และแจนเป็นโซโล่อาร์ตติสและนางแบบ

เห็นได้ชัว่า ไม่ว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร BNK คือสถาบันหนึ่งที่ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพให้กับสังคมได้ อย่างเช่นที่ GDH, KPN หรือเวทีประกวดต่างๆ ได้เคยทำมาในอดีต

เด็กๆ BNK เหล่านี้คือทรัพยากรสำคัญของชาติในอนาคต หากนับเรื่องต้นทุนชีวิตกับคนในวัยเดียวกันแล้ว นับว่ามีทั้งข้อได้เปรียบและเสียเปรียบ ดั่งเช่น คำพูดของลุงเบนใน Spider man ที่กล่าวไว้ว่า “พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง”

นักเขียน : โอตะเฉพาะกิจ


Like it? Share with your friends!

0
โอตะเฉพาะกิจ
โอตะแดนไกล ที่อยากใกล้ชิดไอดอล ขอแค่ชอบก็บอกให้รู้ว่าชอบ