รีวิว Homestay X Colorful ความต่างจากต้นฉบับ


0
5 shares

ปกติแล้วเขาจะมีเกณฑ์การให้คะแนนต่างๆ แอดขอข้ามตรงนี้ไปแล้วกันนับว่า ความรู้สึกหลักดูมันมีค่ามากกว่าตัวเลขไปแล้ว

ก่อนไปดูต้องขอสารภาพเลยว่า ชักหวั่นๆ กับการแสดงของเฌอ เพราะเป็นอะไรที่เราไม่เคยเห็นจริงๆ แม้ในรายการเกมโชว์ต่างๆ ก็ยังเห็นไม่มาก แม้ช่วงใกล้ๆ เราจะเห็นแคปเฌอขี้เล่นมากขึ้น

Colorful -Mori Eto เป็นต้นฉบับของภาพยนตร์เรื่อง Homestay (2018) -ภาคภูมิ วงศ์ภูมิด้วยฝีไม้ลายมือจากชัตเตอร์ สี่แพร่ง ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังแม้แต่น้อยเลย โทนหนังมีความหม่นหมองตามความถนัดของพี่โอ๋ แรกที่ได้ยินว่าเป็น แนวระทึกขวัญก็ตกใจว่าจะออกมาเป็นแบบไหน จนงานหนังสือที่ผ่านได้สะดุดตากับ Colorful -สำนักพิมพ์แจ่มใส ที่กลับเอามาตีพิมพ์อีกครั้ง ได้ยินมาก่อนว่าเป็นวรรณกรรมชั้นครู และหาอ่านยากมาก จึงไม่ลังเลที่จะหยิบมาอ่านโดยพลัน

วันที่ 25 ต.ค. ซึ่งเป็นวันฉายวันแรก เรากลับพบความเห็นต่างๆ นาๆ บ้างก็บอกชอบบ้างก็ไม่ชอบเป็นเรื่องปกติ บางความเห็นเอ่ยถึง อย่าไปรับรู้หรือไปสืบหาถึงต้นฉบับมากนักแล้วจะดูสนุก แต่ความรู้สึกที่ได้อ่านมา และได้ดูภาพยนตร์จบแล้ว กลับพบว่ามันดีคนละแบบ และไม่ได้แย่หรือหมดสนุกอย่างที่คิดไว้

ด้วยความที่หนังสือออกตั้งแต่ปี 1998 และทำเป็นแอนิเมชันในปี 2010 มาแล้ว ทำให้เวอร์ชันภาพยนตร์ค่อนข้างมีสีสันมากขึ้นและปรับให้เข้าถึงได้ง่ายตามยุคสมัย

นักแสดง

การแคสติ้งกับบทค่อนข้างลงตัวมากเริ่มจาก

เจมส์ ธีรดล เป็นคนหนึ่งที่ฝากฝีไม้ลายมือไว้หลายเรื่อง แต้มบุญจาก SOS Skate ซึม ซ่าส์ ซีรีย์ของ GDH ที่ผ่านมาในบทที่ตัวเอกมีอาการซึมเศร้า ทำให้การกลับมาของเจมส์ครั้งนี้ เข้าถึงตัวละครไว้มากกว่าที่คิด แม้จะกลายเป็นคนใหม่ในร่างใหม่ กลับพบว่ายังมีการยิงภาพจำให้เห็นถึงปูมหลังของตัวละคร ทำให้เห็นความต่างของคาแรคเตอร์ก่อน-หลังเป็นอย่างมาก นับว่าเจมส์เป็นตัวหลักที่เล่นได้หลากหลายอารมณ์ แบกไว้ได้ทั้งเรื่อง

เฌอปราง BNK48 เป็นความคาดหวังสูงสุดของกลุ่มแฟนคลับ โอตะ ที่จะได้เห็นบทบาทการแสดงครั้งแรก ที่สำคัญเป็นการก้าวข้ามตัวตนขึ้นสู่จอเงิน ในระยะเวลาอันสั้น หากเทียบ Milestone ของเฌอปรางกับคนในรุ่นเดียวกันแล้ว นับว่าเป็นชีวิตที่คุ้มค่ามาก ระหว่างการชมยังคิดว่า พาย ก็คือเฌอจริงๆ ด้วยบุคลิกที่เนิร์ดๆ มีความเป็นผู้นำและรับผิดชอบสูง ทำให้รู้สึกว่าคนที่คัดตัวนักแสดงกับบทนี่มีเคมีในการเฟ้นหาที่ดีมาก ส่วนอารมณ์กุ๊กกิ๊กงุ้งงิ้ง ทำเอาคนที่นั่งข้างๆ หลังแทบไม่ติดกับเบาะ และเมื่อถึงจุดไคลแม็กซ์ของพระเอกนางเอกก็ฮือกันทั้งโรง จะเป็นอะไรต้องไปดูกันเอาเอง ใบ้ให้แค่นี้ บุคลิกของพายมีการเพิ่มเติมไปจากตัวนิยายไว้พอสมควร แต่ขอเหอะ อย่าให้ลึกไปกว่านี้เลย แค่นิ้อกอีแป้นก็จะแตกตายอยู่แล้ว

ปีเตอร์ นพชัย นักแสดงมาดฝีมือในบทบาทผู้คุมลำดับแรกๆ ตั้งแต่ต้นเรื่อง สร้างความประหลาดใจได้เสมอนับตั้งแต่ฉากเปิดตัว ไม่ว่าจะย้ายไปสิงห์ร่างไหน ตลอดเรื่องเราจะยังจดจำบุคลิกของผู้คุมหมายเลขหนึ่งอยู่เสมอ

เบบี้มายด์ ศรุดา เป็นนางรองที่ทำเราว้าวได้พอสมควร แม้จะออกไม่มาก แต่ในนิยายเองแล้ว กลับมีบทบาทสำคัญพอๆ กับพายที่เป็นนางเอกของเรื่อง นอกจากลุคหล่อๆ ของเธอในเรื่องนี้แล้ว เรายังได้เห็นลุคสาวๆ ของเธอได้ในเรื่องนี้เช่นกัน

เบส ณัฐสิทธิ์ จากบทบาทของพระเอกเอมวี ‘อ้าว’ -ATOM ศิลปิน สู่การแสดงบนจอเงิน ในบทพี่ชายพระเอก ด้วยความเป็นพี่น้อง ย่อมมีเรื่องกระทบกระทั่งกันธรรมดา แต่ในความที่เกลียดน้องชายตัวเองด้วยเหตุผลบางประการ เมื่อได้ทราบความจริงแล้ว เรากลับเห็นมุมที่อบอุ่นของพี่น้องคู่นี้ แม้เราจะคาดการณ์อะไรไม่ได้ก็ตาม หลายความเห็นต้องมาเก็บรายละเอียดในการชมรอบที่ 2 แต่คิดว่าออกมาได้พอเหมาะแล้ว อย่าให้มันดาร์คๆ แบบต้นฉบับเลย สิ่งที่ชอบคือการยกคำพูดในนิยายมาใช้จริงๆ ในหนัง

สู่ขวัญ บูลกุล – วิโรจน์ ควันธรรม
นักแสดงชั้นครูที่ตีบทได้แตกละเอียดยิบ อารมณ์ สีหน้า ท่าทาง อินเนอร์ต่างๆ มาเต็ม ในบทของพ่อแม่ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ลึกๆ แล้วกลับมีปัญหามากมาย จนท้ายที่สุดเป็นปมสำคัญที่ทำให้เนื้อเรื่องเข้มข้นน่าค้นหา

ธเนศ วรากุลนุเคราะห์
ในผู้คุมทั้งหมดชอบความทะลึ่งทะเล้นของคุณฌเนศที่สุดแล้ว แม้ปีเตอร์จะทำได้แบบดิบๆ ก็ตามแล้วแต่คนชอบ

พลอย ไลลา บุญยศักดิ์
ออกแต่ต้นเรื่อง มาน้อยแต่จัดเต็มมาก หวนทำให้เราคิดถึงผลงานเก่าๆ ของเธอ

ยูเค ณัฐธยาน์
ในความเป็นเด็กที่เราได้เห็นในบทบาทผู้คุม ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมาก แต่น้องก็ทำออกมาได้ดี มีการชักสีหน้า ตามแบบฉบับของผู้คุมเต็มตัว และฉากนี้เองต้องขอชื่นชมฝ่าย CG มากๆ ทำเอาเราละสายตาจากรายละเอียดเล็กน้อยไม่ได้เลย

Visual CG ภาพ ฉาก มุมกล้อง
ฝนเป็นสิ่งแวดล้อมแห่งความเศร้าโศก ตั้งแต่ต้นเรื่องแต่เพื่อให้ให้หนังมันโทนมืดจนเกินไป จึงมีการใช้การหักมุมตึกให้เป็นแนวระนาบ ทำให้นึกถึง Inception กับฉากมิติระหว่างภพภูมิน่าจะทำให้ดีกว่านี้ กลับกลายเป็นโมชั่นนาฬิกาทรายที่สื่อความหมายของเวลาได้ดีเช่นกัน

ภาพ ฉาก มุมกล้อง ดีงามตามแบบฉบับของ GDH

ดนตรีประกอบ (ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์)
นึกว่า Han Zimmer มาเอง ต้องขอขอบคุณที่ไม่มีวงไหนมาเล่นเป็นเพลงประกอบ เพราะปล่อยไว้ให้ไม่มีเนื้อร้องเป็นทำนองบรรเลง แอมเบี้ยน ฮึมๆ แบบนี้ตัวหนังจะดูขลังกว่า

[SPOLER ALERT]

ความต่างจากต้นฉบับ

ผู้คุม – ปุระปุระ

-มีตาสีสวย มีปีก มีหลายชุด ไม่สิงห์ร่างคนอื่น ในนิยายไม่ได้บอกว่าเป็นเด็กเหมือนในอนิเมะ

มิน – มาโกโตะ โคบายาชิ
-เปย์ตัวเองด้วยรองเท้าคู่แพง
-ถูกอันธพาลทำร้ายร่างกาย แต่ในหนังโดนรถชนกับแม่
-มุ่งมั่นที่จะสอบมหาวิทยาลัยรัฐบาล
-มีความเจ้าเล่ห์ถามหาทางลัดกับผู้คุมตลอด แต่ในภาพยนตร์ไม่ได้กล่าวถึงจะมีเพียงแค่อ่านจดหมายลาตายของตัวเองเท่านั้น
-ความท้าทายในชีวิตจะกล่าวถึงแค่การวาดภาพการแปรอักษรส่งให้ทันกำหนด เข้าใจบริบทว่าเป็นการใช้ชีวิตในโรงเรียน ถ้าจะหยิบเรื่องการสอบมาเล่นคงจะเยิ่นเย้อกว่านี้

พาย – ฮิโรกะ คุวาบาระ
-เจ้าเนื้อ เป็นเด็กเสี่ย
-ไม่ได้เป็นเด็กห้องคิง เป็นหน้าเป็นตาของโรงเรียน
-ไม่ได้…กับมิน ไม่ได้มาปลอบใจมิน
-ตั้งแต่รู้ความจริงก็ไม่ได้สนใจอีกเลย
-มินกับพายไม่ได้เป็นสายรหัสกัน เป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้อง

พี่ชายมิน – มิตซุรุ
เกลียดมินเข้าไส้ มุ่งมั่นสอบหมอ ไม่ได้เรียนวิศวะแบบในเรื่อง แค่ในหนังก็ตึงพอสมควรแล้ว พอแค่นี้ดีกว่า

ลี้ – โชโกะ ซาโนะ
-ไม่อยู่ในสารระบบของผู้คุม เพราะเป็นคนนอกสายตาของมินมาตลอด จนท้ายเรื่องกลายเป็นคนที่เห็นดีเห็นงามกับมินมากที่สุด
-ลุคของลี้ไม่ได้ดูห้าวๆ อย่างที่คิด ในนิยายกล่าวถึงฉากที่จะโดนมินล่อลวง แต่ก็เธอก็วิ่งหนีออกไปเสียก่อน ซึ่งในหนังก็มีแต่ยังไม่สุด

พ่อมิน
-เป็นพนักงานออฟฟิศที่โดนเลื่อนตำแหน่งเพราะผู้บริหารคนเก่าฉ้อโกงจนถูกจับกุม ไม่ใช่เป็นอาจารย์ ขายอาหารเสริม จะว่าไปก็ตลกดีเหมือนกัน เพื่อนหายเพราะขายตรง

-ฉากปรับทุกข์ของมินกับพ่อจะเป็นการพาไปตกปลา แต่ในหนังจะเป็นการนั่งคุยกันในรถ จนพิพาทกัน ซึ่งความพยายามของพ่อทำทุกอย่างเพื่อให้แม่มีอะไรทำ

แม่มิน
-เป็นแม่บ้านธรรมดา ที่ตั้งแต่มีครอบครัวก็ไม่มีความทะเยอทะยานจะทำอะไรอีกเลย ผิดกับในหนังเป็นวิศวกร
-ที่พ่อมินทำงานหนักเพียงเพราะอยากให้คู่ชีวิตไม่ล่องลอย มีอะไรใหม่ๆ ทำ
-แม่ของมินมีชู้ตรงกับภาพยนตร์ แต่ในนิยายจะกล่าวถึงครูสอนเต้นระบำฟลามิงโก
-แม่ของมินเขียนจดหมายระบายความรู้สึกหลังจากที่ได้ยินมินขู่ลี้ในห้อง แต่กลับกลายเป็นว่ามินเองเป็นคนเขียนจดหมายซึ่งอยู่ในรูปแบบไฟล์ Word ที่เก็บไว้ในแล็ปท็อป

ครอบครัว
-ในนิยายจบแบบ Happy Ending ทุกคนอยู่พร้อมหน้า ไม่มีแตกแยกกัน

โรงเรียน
-สิ่งแวดล้อมของโรงเรียนน่าจะทำให้มินดูแปลกแยกมากกว่านี้ น่าเสียดายที่เราไม่ได้เห็นตรงจุดๆ นี้
-ที่น่าตกใจคือ มินในนิยายจะอยู่ชมรมศิลปะ ไม่ใช่สันทนาการ ห้องซ้อมเชียร์ ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างขัดกับลุคลิกตัวเอกในอดีตที่นิยมชมชอบการเก็บตัว

สรุป Homestay เป็นคำที่ใช้เรียกร่างชั่วคราว ที่ผู้คุมใช้เรียกกัน ไม่มีข้อกังขาใดๆ ที่จะนำคำๆ นี้มาตั้งเป็นชื่อเรื่อง เพราะถ้าหากตั้งเป็น Colorful ในบริบทสังคมบ้านเราอาจเข้าไม่ถึงและตีความไปอีกแบบ เรื่องนี้ไม่ใช่แฟนคลับของ BNK48 หรือเฌอปรางก็ดูได้ ยิ่งมาดูเพราะเฌอ คงต้องบอกว่าคุณต้องเตรียมใจไว้แต่เนิ่นๆ ยิ่งคามิ หรือโอชิก็แล้ว จะร้อนๆ หนาวๆ ไปตามๆ กันตลอดทั้งเรื่อง

Homestay เป็นหนังที่คิดว่าอยากให้ครอบครัวพากันมาดูเยอะๆ เพราะจะได้เข้าใจถึงปัญหาของวับรุ่นที่มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย ปัญหาเกิดจากการคิดไปเอง และการไม่คุยกันซึ่งๆ หน้า สถาบันครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ เป็นจุดเริ่มเต้นเล็กๆ ที่นำไปสู่จุดใหญ่ๆ ในสังคมได้ ดูจบแล้วทำให้เรารักตัวเอง และอยากทำอะไรเพื่อให้คนอื่นมีความสุขมากขึ้น

แม้ว่าชีวิตจริงจะไม่เหมือนในหนัง แต่ Homestay ก็ให้อะไรเรามากกว่าที่คิด

นักเขียน : โอตะเฉพาะกิจ


Like it? Share with your friends!

0
5 shares

What's Your Reaction?

hate hate
0
hate
confused confused
0
confused
fail fail
0
fail
fun fun
0
fun
geeky geeky
0
geeky
love love
1
love
lol lol
0
lol
omg omg
0
omg
win win
0
win
โอตะเฉพาะกิจ
โอตะแดนไกล ที่อยากใกล้ชิดไอดอล ขอแค่ชอบก็บอกให้รู้ว่าชอบ
Choose A Format
Personality quiz
Series of questions that intends to reveal something about the personality
Trivia quiz
Series of questions with right and wrong answers that intends to check knowledge
Poll
Voting to make decisions or determine opinions
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
List
The Classic Internet Listicles
Countdown
The Classic Internet Countdowns
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Meme
Upload your own images to make custom memes
Video
Youtube, Vimeo or Vine Embeds
Audio
Soundcloud or Mixcloud Embeds
Image
Photo or GIF
Gif
GIF format